หลังจากที่เข้าใจแล้วว่า Peg System คืออะไร ทำงานอย่างไร และได้ทำแบบฝึกหัดสร้าง Peg ด้วยวิธีการต่างๆมาบ้างแล้ว ต่อไปที่จะพูดถึงคือการนำไปใช้ เราจะใช้ Number - Shape Pegs ซึ่งได้สร้าง 0 - 10 ไว้แล้วใน แบบฝึกหัด - Peg System (Number - Shape Pegs) ซึ่งอาจจะเพียงพอแล้วที่จะนำไปใช้ แต่ถ้าจะให้ง่ายขึ้นเราอาจจะสร้าง Peg 11 - 99 ขึ้นมาอีก เพื่อทำให้จำหมายเลขโทรศัพท์ได้ไวยิ่งขึ้น ก็ถึงเวลาที่้ต้องจำอีกแล้วครับ ค่อยๆฝึกไปเรื่อยๆครับ เหมือนจะยากจะเยอะ แต่จริงๆแล้วไม่ยากเลย ค่อยๆฝึกไปวันละนิดละหน่อย เดี๋ยวจะจำได้เอง แล้วจะทึ่งในพลังความจำของตัวเองการนำไปใช้ - จำหมายเลขโทรศัพท์ (1 - จำ Peg)
หลังจากที่เข้าใจแล้วว่า Peg System คืออะไร ทำงานอย่างไร และได้ทำแบบฝึกหัดสร้าง Peg ด้วยวิธีการต่างๆมาบ้างแล้ว ต่อไปที่จะพูดถึงคือการนำไปใช้ เราจะใช้ Number - Shape Pegs ซึ่งได้สร้าง 0 - 10 ไว้แล้วใน แบบฝึกหัด - Peg System (Number - Shape Pegs) ซึ่งอาจจะเพียงพอแล้วที่จะนำไปใช้ แต่ถ้าจะให้ง่ายขึ้นเราอาจจะสร้าง Peg 11 - 99 ขึ้นมาอีก เพื่อทำให้จำหมายเลขโทรศัพท์ได้ไวยิ่งขึ้น ก็ถึงเวลาที่้ต้องจำอีกแล้วครับ ค่อยๆฝึกไปเรื่อยๆครับ เหมือนจะยากจะเยอะ แต่จริงๆแล้วไม่ยากเลย ค่อยๆฝึกไปวันละนิดละหน่อย เดี๋ยวจะจำได้เอง แล้วจะทึ่งในพลังความจำของตัวเองแบบฝึกหัด - Peg System (Number - Shape Pegs)
แบบฝึกหัด
แบบฝึกหัดนี้คือการท่องจำ Peg ที่ให้มา
เป็น Peg - Number ที่สร้างโดยพิจารณาจาก Shape ของ Number และตัว Peg
แบบฝึกหัดนี้คือการท่องจำ Peg ที่ให้มา
เป็น Peg - Number ที่สร้างโดยพิจารณาจาก Shape ของ Number และตัว Peg
- แทนด้วย Pencil ดินสอรูปร่างตรงเหมือนเลขหนึ่ง
- แทนด้วย Swan (curved neck) ส่วนคอของหงส์
- แทนด้วย Love Heart (top of) รูปหัวใจด้านบนมีหยักเหมือนเลขสาม
- แทนด้วย Yacht Sail เรือยอชท์ หรือเรือใบคล้ายเลขสี่
- แทนด้วย Sea Horse (facing right) ม้าน้ำมีหัวถึงหางโค้งเว้าคล้ายเลขห้า
- แทนด้วย Golf Club ไม้กอล์ฟที่เอาด้ามชี้ขึ้นและเอาหัวไม้ชี้ไปทางขวา
- แทนด้วย Cliff Edge บริเวณที่ราบบนผาเป็นหัวเลขเจ็ด แล้วลากลงเหว
แบบฝึกหัด - Major System (2 - 1000 Pegs)
แบบฝึกหัด
- ให้ท่องจำ Peg ที่ให้มา
- ต้องเข้าใจ Basic Major System ก่อน จึงจะรู้ที่มาที่ไปว่า Peg แต่ละตัวในที่นี้มีที่มาอย่างไร
นี่เป็น Peg ที่สร้างขึ้นจาก Major System
(ที่มาจาก http://www.rememberg.com/Peg-list-1000)
2. New
3. Me
4. Ear
5. Owl
- ให้ท่องจำ Peg ที่ให้มา
- ต้องเข้าใจ Basic Major System ก่อน จึงจะรู้ที่มาที่ไปว่า Peg แต่ละตัวในที่นี้มีที่มาอย่างไร
นี่เป็น Peg ที่สร้างขึ้นจาก Major System
(ที่มาจาก http://www.rememberg.com/Peg-list-1000)
Pegs from 1 to 50
1. Tea2. New
3. Me
4. Ear
5. Owl
แบบฝึกหัด - Method of Loci
ขั้นตอนสำหรับการใช้ Method of Loci มีดังนี้ครับ
1. เลือกสถานที่ เช่น ถ้าเลือกที่บ้าน ก็อาจเริ่มจาก 1. ประตูบ้าน 2. โต๊ะในห้องรับแขก 3. ทีวีในห้องรับแขก 3. ตู้โชว์ในห้องรับแขก 4. รูปติดฝาผนังในห้องรับแขก 5. อ่างล้างจานในห้องครัว 6. เตาแก็สในห้องครัว 7. โต๊ะทำกับข้าว 8. ตู้เย็น 9. ตู้กับข้าว ....
สังเกตได้ว่า จริงๆแล้ว Method of Loci ไม่ต้องเป็นสถานที่ก็ได้ มีข้อแนะนำว่าสิ่งของหรือสถานที่นั้นควรจะมีการเรียงลำดับอย่างชัดเจน เช่นเดินจากหน้าบ้านเข้ามาบ้าน ผ่านห้องรับแขก และในห้องรับแขกมีสิ่งของต่างๆเรียงจากซ้ายไปขวา (ตามเข็มหรือทวนเข็มนาฬิกา) จากนั้นไปห้องครัวก็มีอุปกรณ์ต่างๆในครัวเีรียงกันอยู่
แบบฝึกหัด - Major System (1 - Basic)
แบบฝึกหัด
- ก่อนอื่นต้องจำชุด ตัวเลข และ ตัวอักษรด้านล่างให้ได้ก่อนครับ
- จากนั้นจึงทำการแปลงตัวเลขที่ต้องการจะจำ ให้เป็นตัวอักษรที่แทนตัวเลขนั้นๆ เช่น ต้องการไปซื้อหลอดไฟ ขนาด 30 วัตต์ ตัวเลขที่้ต้องการคือ 30 ซึ่งแทนด้วย 3=m, 0=z, s, c (ในที่นี้จะใช้ s)
ซึ่ง m, s รวมกันอาจแทนด้วยคำว่า MouSe
- เมื่อได้คำแล้วจึงทำการเชื่อมโยงและผูกเป็นเรื่องราว เช่น นึกถึงภาพตัวเองเดินในห้างแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า เดินเข้าไปหยิบหลอดไฟเพื่อจะซื้อ ขณะที่หยิบหลอดไฟปรากฏว่า มี Mouse ตัวใหญ่ยักษ์โผล่ออกมา เราต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ในมือก็กำหลอดไฟไว้ วิ่งหนีไปรอบห้างร้องให้คนช่วยก็ไม่มีใครช่วย สุดท้ายเหนื่อยหมดแรง หอบแฮ่กๆ เลยใช้หลอดไฟในมือทิ่มเข้าตาหนูตัวนั้น
- ก่อนอื่นต้องจำชุด ตัวเลข และ ตัวอักษรด้านล่างให้ได้ก่อนครับ- จากนั้นจึงทำการแปลงตัวเลขที่ต้องการจะจำ ให้เป็นตัวอักษรที่แทนตัวเลขนั้นๆ เช่น ต้องการไปซื้อหลอดไฟ ขนาด 30 วัตต์ ตัวเลขที่้ต้องการคือ 30 ซึ่งแทนด้วย 3=m, 0=z, s, c (ในที่นี้จะใช้ s)
ซึ่ง m, s รวมกันอาจแทนด้วยคำว่า MouSe
- เมื่อได้คำแล้วจึงทำการเชื่อมโยงและผูกเป็นเรื่องราว เช่น นึกถึงภาพตัวเองเดินในห้างแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า เดินเข้าไปหยิบหลอดไฟเพื่อจะซื้อ ขณะที่หยิบหลอดไฟปรากฏว่า มี Mouse ตัวใหญ่ยักษ์โผล่ออกมา เราต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ในมือก็กำหลอดไฟไว้ วิ่งหนีไปรอบห้างร้องให้คนช่วยก็ไม่มีใครช่วย สุดท้ายเหนื่อยหมดแรง หอบแฮ่กๆ เลยใช้หลอดไฟในมือทิ่มเข้าตาหนูตัวนั้น
mnemonic: เทคนิคต่างๆในการจำมีอะไรบ้าง
เทคนิคต่างๆในกา่รช่วยจำมีดังนี้ พร้อมคำอธิบายคร่าวๆ ส่วนรายละเอียดจะแยกไว้ในบทความตอนต่อๆไปครับ- Link System คือการสร้างการเชื่อมโยง หรือผูกสิ่งต่างๆที่้ต้องการจำให้เป็นเรื่องราว หรือให้เกิดเป็นภาพที่ชัดเจนในสมอง ซึ่งเทคนิคนี้ถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของเทคนิคอื่นๆ เช่น major system, peg system ฯลฯ
- Peg System เป็นการเชื่อมโยงของสิ่งของต่างๆที่เรากำหนดไว้ (Peg) และจำได้จนขึ้นใจแล้ว กับ สิ่งที่เราต้องการจำ
- Method of Loci คล้ายๆกับ Peg System แต่ Peg ที่สร้างเป็นการสร้างการเชื่อมโยงของสถานที่ต่างๆที่เรากำหนดไว้และจำได้แล้ว กับ สิ่งที่เราต้องการจำ
- Major System ระบบนี้ใช้จำตัวเลขโดยแปลง ตัวเลข เป็น ตัวอักษร แล้วสร้างเป็นคำหรือภาพเป็นเรื่องราว
- Dominic System
- Count system
- Garoawase system
- Quipus
- Wampum
ซึ่งในที่่นี้จะศึกษาเฉพาะเทคนิคที่ได้ทำ Link ไว้ครับ (ตัวที่ขีดเส้นใต้) เนื่องจากพบว่าแหล่งข้อมูลหลายๆแหล่งใช้วิธีนี้ ส่วนวิธีการอื่นๆ อ่านเอาเองจาก google ครับ
mnemomic: เทคนิค Major System
คำแนะนำ 1. ถ้าเข้าใจเนื้อหาส่วนนี้แล้ว สามารถข้ามไปอ่านเนื้อหาส่วนอื่นๆได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา
2. ถ้าอยากทำแบบฝึกหัดเทคนิคนี้ให้ไปที่ http://kwamjum.blogspot.com/2011/09/major-system-1.html
3. ข้อย้ำอีกครั้งว่า การอ่านหัวข้อเทคนิคต่างๆนี้ ยังไม่ต้องท่องจำอะไรทั้งสิ้น แค่ให้รู้ว่ามันทำงานอย่างไร หลังจากนั้นค่อยฝึกในภาคปฏิบัติครับ ตอนนี้ก็อ่านไปแบบขำๆ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างไม่เป็นไรครับ
หลักการ
Major System หรือเรียกอีกอย่างว่า Phonetic Number System ซึ่งจะช่วยในการจดจำตัวเลข เช่นหมายเลขโทรศัพท์
หลักการคือ การเปลี่ยนตัวเลขเป็นตัวอักษร แล้วนำมาสร้างเป็นคำ ดังนี้
1. แปลงตัวเลขให้เป็นพยัญชนะที่มีเสียงเหมือนตัวเลขนั้นๆ หรือมีลักษณะการเขียนคล้ายๆกัน
2. จากนั้นก็สร้างคำจากพยัญชนะตัวนั้นๆ นำคำมาร้อยเรียงกันเป็นเรื่องราวเพื่อให้จำได้ง่ายขึ้น ฟังแล้วอาจงงๆ ลองดูตัวอย่างกันเลยครับ
mnemomic: เทคนิค Method of Loci
คำแนะนำ
1. ถ้าเข้าใจเนื้อ หาส่วนนี้แล้ว สามารถข้ามไปอ่านเนื้อหาส่วนอื่นๆได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา
2. ถ้าอยากทำแบบฝึกหัดเทคนิคนี้ให้ไปที่ http://kwamjum.blogspot.com/2011/09/method-of-loci.html
3. การอ่านหัวข้อเทคนิคต่างๆนี้ ยังไม่ต้องท่องจำอะไรทั้งสิ้น แค่ให้รู้ว่ามันทำงานอย่างไร หลังจากนั้นค่อยฝึกในภาคปฏิบัติครับ ตอนนี้ก็อ่านไปแบบขำๆ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างไม่เป็นไรครับ
หลักการ
Method of Loci เรียกอีกอย่างว่า Memory Palace (และอีกหลายชื่อ เช่น Journey, Roman room) คำว่า Loci เป็นภาษา Latin หมายถึง Location หรือ Place ซึ่งหลักการนี้ก็คล้ายๆ Peg system เพียงแต่ Peg ที่สร้างขึ้นเป็นสถานที่ ซึ่งอาจเป็นสถานที่จริงหรือสมมติขึ้นมาก็ได้ (แนะนำว่าควรเป็นสถานที่จริงที่เราคุ้นเคยและจดจำได้อยู่แล้ว)
1. ถ้าเข้าใจเนื้อ หาส่วนนี้แล้ว สามารถข้ามไปอ่านเนื้อหาส่วนอื่นๆได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา
2. ถ้าอยากทำแบบฝึกหัดเทคนิคนี้ให้ไปที่ http://kwamjum.blogspot.com/2011/09/method-of-loci.html
3. การอ่านหัวข้อเทคนิคต่างๆนี้ ยังไม่ต้องท่องจำอะไรทั้งสิ้น แค่ให้รู้ว่ามันทำงานอย่างไร หลังจากนั้นค่อยฝึกในภาคปฏิบัติครับ ตอนนี้ก็อ่านไปแบบขำๆ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างไม่เป็นไรครับ
หลักการ
Method of Loci เรียกอีกอย่างว่า Memory Palace (และอีกหลายชื่อ เช่น Journey, Roman room) คำว่า Loci เป็นภาษา Latin หมายถึง Location หรือ Place ซึ่งหลักการนี้ก็คล้ายๆ Peg system เพียงแต่ Peg ที่สร้างขึ้นเป็นสถานที่ ซึ่งอาจเป็นสถานที่จริงหรือสมมติขึ้นมาก็ได้ (แนะนำว่าควรเป็นสถานที่จริงที่เราคุ้นเคยและจดจำได้อยู่แล้ว)
mnemonic: เกริ่นนำ - รากเหง้าของเทคนิคจำ (ประวัติศาสตร์)
คำแนะนำ
เนื้อหาส่วนนี้ สำหรับผู้ที่สนใจในที่มาที่ไป ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับความจำ เท่าที่สามารถเรียบเรียงมาได้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับท่านที่มีความรู้เรื่องเทพกรีกโบราณและคุ้นกับรากศัพท์คำว่า mnemonic ก็คงพอจะทราบที่มาที่ไป และทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นถึงที่มาที่ไปของเทคนิคความจำ เป็นการย้ำให้เห็นว่าเรื่องเทคนิคการจำไม่ใช่เรื่องใหม่ มีมาเป็นพันปีแล้ว ดังนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับเรา (ซึ่งอยู่ในยุคปัจจุบัน มีเทคโนโลยีและความรู้ที่นำสมัยกว่า) ที่จะนำเทคนิคต่างๆเหล่านั้นมาฝึกฝน
ขอยกตัวอย่างเทคนิคการจำที่ คิดว่าหลายคนคงเคยใช้ตอนเรียนมาบ้าง ลองนึกดูว่าเราจำได้ยังไงว่า รุ้งมีกี่สี บางคน อาจจำว่า
- ม่วย คน นี้ ขาว แหละ สวย ดี = ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง
- ROY Gave Battle In Vain = Red, Orange, Yellow, Green, Blue, Indigo, Violet
ขอจบภาคแนะนำแต่เพียงเท่านี้
เนื้อหาส่วนนี้ สำหรับผู้ที่สนใจในที่มาที่ไป ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับความจำ เท่าที่สามารถเรียบเรียงมาได้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับท่านที่มีความรู้เรื่องเทพกรีกโบราณและคุ้นกับรากศัพท์คำว่า mnemonic ก็คงพอจะทราบที่มาที่ไป และทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นถึงที่มาที่ไปของเทคนิคความจำ เป็นการย้ำให้เห็นว่าเรื่องเทคนิคการจำไม่ใช่เรื่องใหม่ มีมาเป็นพันปีแล้ว ดังนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับเรา (ซึ่งอยู่ในยุคปัจจุบัน มีเทคโนโลยีและความรู้ที่นำสมัยกว่า) ที่จะนำเทคนิคต่างๆเหล่านั้นมาฝึกฝน
ความจำดี ฝึกได้ ไม่ยาก
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับศัพท์ีที่เกี่ยวกับความจำกันก่อน ซึ่งคำที่จะพูดถึงคือ mnemonic คำนี้มีรากศัพท์จากภาษากรีกโบราณ ซึ่งหมายถึงเรื่องเกี่ยวกับความจำ ซึ่งไปพ้องกับชื่อเทพธิดาองค์หนึ่งของกรีกเช่นกันที่ชื่อ Mnemosyne (นีโมซีนี) ซึ่งหมายถึง remembrance ความทรงจำนั่นเอง ซึ่งการที่เรารู้รากศัพท์ของเรื่องที่เราสนใจ ก็ช่วยให้เราเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนาน และสามารถนำมาเป็น keyword เพื่อใช้ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ขอยกตัวอย่างเทคนิคการจำที่ คิดว่าหลายคนคงเคยใช้ตอนเรียนมาบ้าง ลองนึกดูว่าเราจำได้ยังไงว่า รุ้งมีกี่สี บางคน อาจจำว่า
- ม่วย คน นี้ ขาว แหละ สวย ดี = ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง
- ROY Gave Battle In Vain = Red, Orange, Yellow, Green, Blue, Indigo, Violet
ขอจบภาคแนะนำแต่เพียงเท่านี้
mnemomic: เทคนิค Peg System
คำแนะนำ 1. ถ้าเข้าใจเนื้อหาส่วนนี้แล้ว สามารถข้ามไปอ่านเนื้อหาส่วนอื่นๆได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา
2. ถ้าอยากทำแบบฝึกหัดเทคนิคนี้ให้ไปที่ http://kwamjum.blogspot.com/2011/09/peg-system.html
3. ข้อย้ำอีกครั้งว่า การอ่านหัวข้อเทคนิคต่างๆนี้ ยังไม่ต้องท่องจำอะไรทั้งสิ้น แค่ให้รู้ว่ามันทำงานอย่างไร หลังจากนั้นค่อยฝึกในภาคปฏิบัติครับ ตอนนี้ก็อ่านไปแบบขำๆ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างไม่เป็นไรครับ
หลักการ
Peg System ก็มีความหมายตรงไปตรงมาคือ หมุดสำหรับแขวนสิ่งที่ต้องการจำ หลักการของ Peg System ก็คือเราต้องสร้าง Peg ขึ้นมาก่อน จากนั้นก็ทำการแขวนสิ่งที่ต้องการจำเข้ากับ Peg แต่ละอัน เช่น Peg ของเราคือ
mnemomic: เทคนิค Link System
คำ แนะนำ
1. ถ้าเข้าใจเนื้อหาส่วนนี้แล้ว สามารถข้ามไปอ่านเนื้อหาส่วนอื่นๆได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา
2. ถ้าอยากทำแบบฝึกหัดเทคนิคนี้ให้ไปที่ xxxx
3. การอ่านหัวข้อเทคนิคต่างๆนี้ ยังไม่ต้องท่องจำอะไรทั้งสิ้น แค่ให้รู้ว่ามันทำงานอย่างไร หลังจากนั้นค่อยฝึกในภาคปฏิบัติครับ ตอนนี้ก็อ่านไปแบบขำๆ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างไม่เป็นไรครับ
หลักการ
Link Systemถือว่าเป็นพื้นฐานของการนำไปใช้ประกอบกับ เทคนิคอื่นๆ ชื่อของมันก็บอกความหมายไว้ชัดเจนทีเดียวครับ ว่าคือการ Link ในที่นี้ก็คือการเชื่อม
โยง Peg กับ สิ่งของ จากนั้นทุกอย่างมาผูกันให้เป็นเรื่องราว เพื่อให้เห็นภาพยกตัวอย่างเลยครับ เช่นว่า ถ้าเราต้องการจำรายการสิ่งของที่เราต้องซื้อ ดังนี้ อาหารสุนัข ลูกโป่ง โทรทัศน์ ขนมปัง
1. ถ้าเข้าใจเนื้อหาส่วนนี้แล้ว สามารถข้ามไปอ่านเนื้อหาส่วนอื่นๆได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา
2. ถ้าอยากทำแบบฝึกหัดเทคนิคนี้ให้ไปที่ xxxx
3. การอ่านหัวข้อเทคนิคต่างๆนี้ ยังไม่ต้องท่องจำอะไรทั้งสิ้น แค่ให้รู้ว่ามันทำงานอย่างไร หลังจากนั้นค่อยฝึกในภาคปฏิบัติครับ ตอนนี้ก็อ่านไปแบบขำๆ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างไม่เป็นไรครับ
หลักการ
Link Systemถือว่าเป็นพื้นฐานของการนำไปใช้ประกอบกับ เทคนิคอื่นๆ ชื่อของมันก็บอกความหมายไว้ชัดเจนทีเดียวครับ ว่าคือการ Link ในที่นี้ก็คือการเชื่อม
โยง Peg กับ สิ่งของ จากนั้นทุกอย่างมาผูกันให้เป็นเรื่องราว เพื่อให้เห็นภาพยกตัวอย่างเลยครับ เช่นว่า ถ้าเราต้องการจำรายการสิ่งของที่เราต้องซื้อ ดังนี้ อาหารสุนัข ลูกโป่ง โทรทัศน์ ขนมปัง
mnemonic: เกริ่นนำ - ทำไมต้องจำ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องจำ ในเมื่อเรามีเครื่องช่วยบันทึกช่วยเตือนเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสมุดบันทึก โทรศัพท์มือถือที่ทำได้แทบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องจำ และอุปกรณ์อื่นๆอีกมากมาย เหตุผลต่างๆนานา "จะจำไปทำไมเรียนก็จบแล้วไม่ต้องสอบแล้ว", "ไม่ได้จะไปแข่งความจำกับใครที่ใหน เสียเวลาเปล่า", "เลขาก็มี", "ให้คนอื่นจำให้", "เปิดกูเกิ้ลเอาดิ", "ถามเพื่อนเอา" ฯลฯ
Subscribe to:
Posts (Atom)






